Terms on Smells

Terms on Smells –  เรื่องกลิ่นเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญทีเดียว ละครโทรทัศน์ที่อยู่ในกระแสก็มีชื่อเรื่องขึ้นต้นด้วยคำนี้

แต่น่าแปลกว่าภาษาไทยแทบจะไม่มีคำนามว่าด้วยกลิ่นสักเท่าไหร่ ทั้งที่มีคำคุณศัพท์ที่ว่าด้วยกลิ่นอยู่มากมาย แต่ในภาษาอังกฤษ นอกจาก smell แล้ว อย่างน้อยก็มีสามคำนามที่พ้องความหมายและอยากแนะนำ ได้แก่ fragrance, aroma และ odor ทั้งหมดมีส่วนที่มีความหมายซ้ำซ้อนและแตกต่าง รวมถึงบริบทในการใช้ที่จำเพาะของแต่ละคำไป

ขอฝากนิดนึงคะว่า smell เป็นได้ทั้งคำนามที่นับได้(กลิ่นต่าง ๆ – many smells) และนับไม่ได้(ผัสสะและความสามารถในการดม – sense of smell) รวมถึงเป็นคำกริยา (to smell something) ได้ด้วยนะคะ

Fragrance – มักใช้กับสิ่งที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จรุงใจ อย่างที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า sweet odor มักใช้กับกลิ่นของดอกไม้ ทั้งส่วนกลีบและเกสร สมุนไพรและส่วนประกอบจากพืชต่างๆ สิ่งที่มาจากธรรมชาติที่ดมแล้วสบายจมูก รวมถึงน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ส่งกลิ่นหอมอย่างเครื่องสำอาง สบู่ และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ด้วย

คำที่ใกล้เคียงกับ fragrance คือ scent ทั้งคู่มักจะเป็นกลิ่นหอมที่มาจากการดม ต่างจาก aroma ตรงที่เป็นเรื่องของกลิ่นที่มักสูดควบคู่ไปกับการกิน ดื่ม หรือชิม

มีรูปคุณศัพท์ คือ fragrant ส่วน fragrancy คือคำนามอีกรูปหนึ่งหมายถึงกลิ่นหอมหรือคุณสมบัติการมีกลิ่นหอมดังกล่าว ที่ไม่พบการใช้บ่อยนัก

ตัวอย่าง :

This male perfume has spicy fragrance. (น้ำหอมสำหรับผู้ชายนี้มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ)

The fragrance of Thai flowers is one of a kind. (กลิ่นของดอกไม้ไทยมีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร)

Aroma – มักจะเป็นกลิ่นที่แรงแต่มาจากสิ่งที่พึงประสงค์ มักจะเป็นกลิ่นจากของที่กินหรือดื่มได้ อย่าง อาหาร กาแฟ ขนมปังที่อบใหม่ จัดเป็นคำนามที่นับได้ aromas และมีรูปคุณศัพท์ อย่าง aromatic

ตัวอย่าง :

I get woke up with the aroma of coffee and freshly baked bread. (ฉันถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่นหอมหวนของกาแฟและขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ)

The aromatic herbal fumes come from the joss sticks at the shrine. (กลิ่นควันสมุนไพรลอยมาจากธูปที่ศาลเจ้า)

Odor – คำนามนี้ใช้เป็นคำกลางๆ ใช้ได้กับกลิ่นที่แรงสักหน่อย มักจะใช้กับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ มากกว่ากลิ่นพึงประสงค์

odour เป็นการสะกดแบบ British English และยังมีรูปอื่น ๆ อีก อย่าง malodor (กลิ่นเหม็น) กับ odorant (สิ่งที่มีกลิ่น) ที่เป็นคำนาม และ odorous (ส่งกลิ่นแรง) กับ odorless (ไม่มีกลิ่น) ที่เป็นคำคุณศัพท์

ตัวอย่าง :

His pungent body odor occupies the whole room (กลิ่นตัวของเขาหึ่งไปทั่วห้อง)

Ammonia’s odor hangs in the air. (กลิ่นแอมโมเนียลอยฟุ้งค้างในอากาศ)

The sweet odor of victory (กลิ่นอายอันหอมหวนของชัยชนะ – ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *