การเขียน Academic Writing หรืองานเขียนเชิงวิชาการ เป็นด่านที่ท้าทายสำหรับคนในสายการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา นักวิจัย หรืออาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะต้องใช้ทั้งความแม่นยำทางภาษา การเรียบเรียงเนื้อหาอย่างเป็นระบบ และการวิเคราะห์เชิงลึกให้มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม งานเขียนประเภทนี้ไม่ได้ยากเกินไป หากคุณเข้าใจหลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง วันนี้จึงขอมาสรุป 5 เทคนิคสำคัญในการเขียน Academic Writing ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง พร้อมแนะนำ Academic Writing Course คอร์สเรียนจาก AUA Language Center ซึ่งจะช่วยพัฒนาให้ทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของคุณครบถ้วนทั้งด้านเนื้อหาและการใช้ภาษา
Academic Writing คืออะไร ?
Academic Writing หรือ “การเขียนเชิงวิชาการ” คือรูปแบบการเขียนที่ใช้ถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ หรือผลการวิเคราะห์ในบริบททางวิชาการ เช่น รายงานการวิจัย บทความทางวิชาการ วิทยานิพนธ์ หรือรายงานในระดับมหาวิทยาลัย
งานเขียนประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างจากการเขียนทั่วไป เพราะต้องใช้ภาษาที่เป็นทางการ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความเป็นระบบของเนื้อหา การเขียนเชิงวิชาการจึงมุ่งเน้นให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดอย่างมีเหตุผล พร้อมสามารถติดตามและประเมินข้อมูลที่ผู้เขียนนำเสนอได้อย่างชัดเจน
แจก 5 เทคนิคการเขียน Academic Writing
การเขียนเชิงวิชาการที่ดีไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่คือทักษะที่ฝึกฝนได้ โดย 5 เทคนิคสำคัญของการเขียน Academic Writing ที่จะช่วยให้งานของคุณชัดเจน เป็นระบบ และสื่อสารได้อย่างมืออาชีพ มีดังต่อไปนี้
1. เริ่มจากการวางแผนอย่างเป็นระบบ
การเขียนเชิงวิชาการที่ดี เริ่มต้นจาก “การคิดก่อนเขียน” ซึ่งหมายถึงการเตรียมโครงร่างของเนื้อหาให้ชัดเจนก่อนลงมือจริง คุณควรเริ่มจากการกำหนดหัวข้อหลัก (Main Idea) และประเด็นรอง (Supporting Points) เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของสิ่งที่จะเขียน เช่น
- หัวข้อหลักของงานคืออะไร
- ต้องการสื่อสารประเด็นใดกับผู้อ่าน
- มีหลักฐานหรือข้อมูลใดที่จะช่วยสนับสนุนประเด็นนั้นได้
เมื่อได้แนวทางแล้ว ควรจัดเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบโดยใช้ Mind Map หรือ Outline Template เพื่อช่วยกำหนดลำดับความคิด และแบ่งหมวดหมู่ข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ เช่น “แนวคิดหลัก – หลักฐาน – การวิเคราะห์” ซึ่งจะทำให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของบทความได้ชัดเจนมากขึ้น
ที่สำคัญ ควรอ่านทวนและตรวจสอบว่าแต่ละย่อหน้ามีจุดประสงค์ชัดเจนและเชื่อมโยงกับหัวข้อหลักหรือไม่ การวางแผนล่วงหน้าเช่นนี้จะช่วยลดความสับสนระหว่างการเขียน และทำให้งานออกมามีตรรกะ มีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ
2. ใช้โครงสร้างที่ชัดเจนและสอดคล้องต่อเนื่องกัน
อีกสิ่งที่ทำให้งานเขียนเชิงวิชาการดูน่าเชื่อถือ คือ “โครงสร้างที่เป็นระบบ” โดยทั่วไปแล้ว งานเขียนลักษณะนี้ควรประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
บทนำ (Introduction)
ในส่วนนี้ ควรแนะนำหัวข้อให้ผู้อ่านเข้าใจในภาพรวม พร้อมอธิบายถึงปัญหาหรือประเด็นที่ต้องการศึกษา และบอกถึงความสำคัญของหัวข้อ รวมถึงระบุจุดประสงค์ของงานให้ชัดเจน
เนื้อหา (Body)
ส่วนเนื้อหาเป็นหัวใจสำคัญของงาน คุณควรนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นลำดับ โดยใช้ย่อหน้าสั้น ๆ และเริ่มต้นแต่ละย่อหน้าด้วย “ประโยคใจความหลัก (Topic Sentence)” จากนั้นค่อยใส่หลักฐานหรือข้อมูลสนับสนุน เช่น ตัวเลข ผลการวิจัย หรือคำอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังข้อสรุปของคุณ
บทสรุป (Conclusion)
ในส่วนสุดท้าย ควรสรุปสิ่งที่ค้นพบหรือประเด็นสำคัญของบทความ พร้อมเสนอแนวทางต่อยอดหรือข้อเสนอแนะเชิงวิชาการเพิ่มเติม เพื่อปิดท้ายอย่างมีน้ำหนัก
3. ใช้เหตุผลและการวิเคราะห์อย่างมีหลักฐานรองรับ
หัวใจสำคัญของงานเขียนเชิงวิชาการคือ “การวิเคราะห์ ไม่ใช่การเล่าเรื่อง” ซึ่งหมายความว่า คุณไม่ควรเพียงแค่บอกข้อมูล แต่ต้องอธิบายด้วยว่าข้อมูลนั้น “หมายความว่าอย่างไร” และ “เชื่อมโยงกับข้อโต้แย้งหลักของคุณอย่างไร”
เช่น เมื่อคุณใส่ข้อมูลหรือสถิติลงไป ควรตามด้วยประโยคที่ช่วยอธิบายผลลัพธ์ เช่น
- “ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า…”
- “จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า…”
นอกจากนี้ การใช้วิธีเปรียบเทียบ (Compare and Contrast) หรืออธิบายเชิงเหตุและผล (Cause and Effect) จะช่วยให้การวิเคราะห์ของคุณดูมีมิติมากขึ้น และหากมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลหรือผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ข้อสรุปของคุณได้อย่างมาก
4. ใช้ภาษาที่เป็นทางการ ชัดเจน และกระชับ
การเลือกใช้คำเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของงานเขียน งานเชิงวิชาการควรใช้ภาษาทางการ และหลีกเลี่ยงภาษาพูด คำกำกวม หรือคำไม่เป็นทางการ เช่น “a lot”, “kind of”, หรือ “really” เพราะอาจทำให้งานขาดความเป็นมืออาชีพ
การเขียน Academic Writing ตัวอย่างการใช้คำที่เหมาะสม เช่น
- ใช้ “numerous” แทน “a lot of”
- ใช้ “significant” แทน “really important”
ในบางกรณี การใช้ประโยคเชิง Passive Voice ก็ช่วยให้งานดูเป็นกลางมากขึ้น เช่น “The data was analyzed using statistical software.”
อย่างไรก็ตาม ควรใช้เท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการทำให้ประโยคซับซ้อนเกินไป คำแนะนำสำคัญคือ เขียนให้ชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เช่น “I” หรือ “We” เว้นแต่เป็นรายงานวิจัยที่ต้องระบุบทบาทผู้เขียนโดยเฉพาะ
สุดท้าย ก่อนส่งงาน ควรอ่านทวนเพื่อตัดคำฟุ่มเฟือยและตรวจสอบความถูกต้องของไวยากรณ์ เพราะ “ความชัดเจนสำคัญกว่าความยาว” เสมอ
5. อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
การอ้างอิงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานเขียนเชิงวิชาการ เพราะไม่เพียงช่วยให้ผู้อ่านเห็นว่าคุณใช้ข้อมูลจากแหล่งจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางความคิดที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้แก่ผลงานของคุณด้วย
ควรเลือกใช้แหล่งข้อมูลจากวารสารทางวิชาการ งานวิจัย หรือหนังสือที่ผ่านการตรวจสอบ (Peer-reviewed sources) และเลือกรูปแบบการอ้างอิงให้ตรงกับสาขาที่เขียน เช่น
- APA (เหมาะกับสังคมศาสตร์และจิตวิทยา),
- MLA (นิยมในด้านมนุษยศาสตร์)
- Chicago (ใช้ในประวัติศาสตร์หรือสังคมศาสตร์บางแขนง)
หากต้องอ้างอิงหลายแหล่ง แนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยอย่าง Zotero, Mendeley หรือ Citation Machine เพื่อจัดรูปแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้อย่างมาก
อัปสกิลการเขียนเชิงวิชาการด้วยคอร์ส Effective Writing จาก AUA Language Center
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิชาการให้แข็งแกร่งมากขึ้น คอร์ส Effective Writing จาก AUA Language Center คือทางลัดที่ตอบโจทย์ที่สุด หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในบริบททางวิชาการและการทำงาน
ผู้เรียนจะได้ฝึกตั้งแต่พื้นฐานการเขียนย่อหน้า การวางโครงสร้างบทความ การวิเคราะห์เนื้อหา ไปจนถึงการเขียนเชิงธุรกิจ (Business Writing) และการเขียนเชิงวิชาการ (Academic Writing) อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดสอนสดโดยครูเจ้าของภาษา ผ่านโปรแกรม Zoom หรือ Google Meet
แต่ละระดับใช้เวลาเรียน 20 ชั่วโมง ภายใน 4 สัปดาห์ เรียนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2.5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ หรือผู้ที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนรายงาน บทความวิจัย หรือเอกสารทางการ
ทำไมควรเรียนคอร์สนี้ ?
- พัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและชัดเจน
- เข้าใจหลักการเขียนที่มีโครงสร้าง มีตรรกะ และน่าอ่าน
- สื่อสารทางการได้อย่างมั่นใจ ทั้งในบริบทธุรกิจและวิชาการ
- เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน
สนใจเรียน Academic Writing สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครเรียนได้ที่ AUA Language Center ทุกสาขา หรือทาง LINE OA: @aualc
ข้อมูลอ้างอิง:
- Academic writing style. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 จาก https://myport.port.ac.uk/study-skills/written-assignments/academic-writing-style
- Institute for Academic Development. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 จาก https://institute-academic-development.ed.ac.uk/study-hub/learning-resources/writing





