CV, resumé & portfolio

CV, resumé & portfolio – พอใกล้ฤดูกาลของการสำเร็จการศึกษา สิ่งที่ว่าที่บัณฑิตใหม่ต้องเรียนรู้ คือการเตรียมเอกสารสำหรับสมัครงาน หรือแม้แต่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป ทั้งสามเอกสารตามสามคำนี้จะเริ่มเข้าหู ซึ่งล้วนแต่แตกต่าง แต่ก็ออกเสียงแปลกๆ เหมือนไม่ใช่คำภาษาอังกฤษด้วยกันทั้งหมด
CV ย่อมาจากวลีฝรั่งเศส curriculum vitae – มีรายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน การศึกษา และทักษะต่างของตัวบุคคล มีการให้รายละเอียดมากกว่า resume ซึ่งใช้ในการสมัครงานในตำแหน่งบริหาร วิชาการ การแพทย์ หรือสายงานอื่นๆ ที่มีรายละเอียดของสายงานสู
Resumé ย่อมาจากคำฝรั่งเศส ‘resumer’ ที่หมายถึงถ้อยความที่สรุปประวัติและภูมิหลังทางการศึกษา การทำงาน และความสำเร็จทางอาชีพอื่นๆ เช่นทุนการศึกษา รางวัลที่ได้รับ หรือเกียรติประวัติอื่นๆ
Portfolio มาจากคำอิตาเลียน ว่า ‘portafogio’ ที่แปลว่าการถือแผ่นกระดาษ เป็นแฟ้มสะสมผลงานรวบรวมตัวอย่างผลงานที่โดดเด่น คัดสรร ที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว มักจะเป็นของสายงานศิลปะและการออกแบบ เช่นของช่างภาพ ศิลปิน สถาปนิก หรือนักออกแบบต่างๆ ซึ่งสัดส่วนหลักจะเป็นการนำเสนอตัวอย่างผลงานด้วยภาพ ซึ่งไม่สามารถให้คำพูดมาอธิบายได้ รวมถึงอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจ่าง resumé และ CV โดยมีภาพถ่าย ภาพวาด เอกสาร งานออกแบบ รวมถึงคำนิยมจากลูกค้าในอดีต หรือจากนักวิจารณ์ (ภายหลังมีการต่อยอดความหมายไปใช้ในทางเอกสารบันทึกข้อมูลประวัติการลงทุนทางด้านการเงิน หุ้น และพันธบัตรด้วย)
‘Resumé’ เหมือนเป็น CV ฉบับย่อ มีความยาวประมาณประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ เพื่อให้จบได้บนกระดาษแผ่นเดียว โดยคัดเฉพาะข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ถ้าเก็บรายละเอียดมากขึ้นยาวหลายๆหน้า ก็จะเป็น CV ซึ่งก็มักจะไม่เกิน4หน้า นอกจากนี้ portfolio สามารถไปด้วยกันกับ resumé แต่จะไม่ค่อยส่ง พร้อมกับCV เพราะจะสร้างภาระในการอ่านพิจารณามากเกินไป
หลักสำคัญในการเขียนเอกสารเหล่านี้คือเน้นข้อมูลที่ใกล้เคียงกับปัจจุบัน และเกี่ยวข้องกับแหล่งปลายทางที่จะส่งไป เป็นเครื่องมือประกอบขั้นตอนต่อไป คือการสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้น ควรเตรียมข้อมูลรองรับสิ่งที่นำเสนอไปด้วย
แถมนิดกับคำ Biodata ซึ่งแรกเริ่มมาจากสายแพทย์ ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล โดยมักจะวางไว้ข้างเตียงผู้ป่วย โดยระบุถึงชื่อ อายุ โรค อาการ ประวัติการรักษา และรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งต่อมามีการรับเอาคำนี้ไปใช้กับเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนบุคคลด้านอื่นๆ เช่น ชาติพันธ์ ที่อยู่ สถานะสมรส วันเกิด ใช้ในแวดวงทะเบียนราษฎร์ หรือการรวบรวมประวัติบุคคลของทางการต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *