i.e. & e.g.

i.e. & e.g. – เมื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่านเขียนไปถึงระดับกลางหรือสูง โดยเฉพาะในงานเขียนสำหรับส่งรายงานระดับอุดมศึกษาหรือในเชิงวิชาการ ก็จะพบคำและเครื่องหมายแปลกๆเพิ่มขึ้นเรื่อย สองตัวอักษรย่อจากภาษาละตินนี้ก็เช่นกัน แถมยังชอบใช้สลับสับสนกันบ่อยๆ เคล็ดช่วยจำอันหนึ่งคือ i.e. นั้นขึ้นต้นด้วย ‘i’ ก็แทนคำ in other words ส่วน e.g ขึ้นต้นด้วย ‘e’ ก็แทน example ของ for example

แต่ลองมาทบทวนความหมายและวิธีการใช้กันสักหน่อย

i.e. ย่อจาก id est แปลว่า กล่าวคือ (‘that is to say’ หรือ ‘in other words’) และใช้เพื่ออธิบายข้อมูล หรือกล่าวถึงสิ่งเดียวกัน แต่ด้วยคำอื่นมาอธิบาย ในบางกรณี คำที่อยู่ข้างหน้า i.e. ใช้ในเฉพาะแวดวง หรือเป็นคำยากที่พบไม่บ่อย เลยอาศัยถ้อยคำง่ายขึ้นเพื่อให้เข้าใจ

e.g. ย่อจาก exempli gratia แปลว่า ยกตัวอย่างเช่น (‘for example’ หรือ ‘for the sake of example’) ใช้เพื่อยกตัวอย่างรายการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ในคำหลักที่อยู่ก่อนหน้า โดยไม่จำเป็นต้องไล่ให้ครบทุกอัน

ตัวสองตัวย่อนี้ต้องใช้ตัวอักษรเล็ก ไม่จำเป็นต้องทำเป็นตัวเอียง และจะต้องมีเครื่องหมาย full stop/period ตามท้ายตัวอักษรละจุดเป็นสองจุดเสมอ โดยเขียนติดกันไม่เว้นวรรคระหว่างกัน อีกทั้งต้องไม่อยู่ต้น หรือท้ายประโยคโดยไม่มีความตาม

การให้เครื่องหมายประกอบนั้นก็เป็นไปอย่างหลากหลาก มีทั้งที่อยู่ในวงเล็บ – The hotels in Thailand are cheap during the low season (i.e., from June to October). (โรงแรมในประเทศไทยจะถูกในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว กล่าวคือ จากมิถุนายนถึงตุลาคม)

อยู่ตามหลังคำหลัก โดยมีเครื่องหมาย comma คั่นเฉพาะด้านหน้า  – The hotels in Thailand are cheap during the low season, i.e. from June to October.

และ อยู่ตามหลังคำหลัก โดยมีเครื่องหมาย comma คั่นทั้งด้านหน้าและหลัง –  The hotels in Thailand are cheap during the low season, i.e., from June to October.

ทั้งนี้แล้วแต่ style ที่ถูกกำหนดเป็นสำคัญ ถ้าหากมี ส่วนในภาษาอย่างไม่เป็นทางการอย่าง email ส่วนตัว เขียนห้วนๆ แค่ ie หรือ eg เลยก็มี

ในการอ่าน จะอ่านตัวอักษรย่อ i.e. (ไอ อี) และ e.g. (อี จี) หรืออ่านโดยใช้คำปกติอย่าง ‘in other words’ และ ‘for example’ แทนไปก็ได้ แต่ไม่นิยมอ่านตัวคำละตินคำเต็ม

ด้วยความสับสนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับสองตัวย่อนี้ ท่ามกลางกระแสการเขียนสมัยใหม่ที่นิยมรูปแบบที่เรียบและเข้าใจง่าย ได้มีการรณรงค์ให้เลิกใช้ทั้งสองอันรวมถึงอันอื่นๆที่มาจากรากคำละติน

ตัวอย่าง เพื่อให้เห็นการเปรียบเทียบ

After classes, students should do some extracurricular activities, i.e., activities that are not part of the regular academic program. (หลังชั่วโมงเรียน นักเรียนควรจะได้ทำกิจกรรมเสริมหลักสูตร ซึ่งก็คือ กิจกรรมที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนปกติ)

After classes, students should do some extracurricular activities, e.g., poetry reading, choral singing, and water sports. (หลังชั่วโมงเรียน นักเรียนควรจะได้ทำกิจกรรมเสริมหลักสูตร อาทิ การอ่านบทกวี การร้องเพลงคอรัส หรือกีฬาว่ายน้ำ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *