เรียนอังกฤษตัวต่อตัวดีอย่างไร? 6 คุณประโยชน์สำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว

เรียนอังกฤษตัวต่อตัวดีอย่างไร? 6 คุณประโยชน์สำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว
เรียนอังกฤษตัวต่อตัวดีอย่างไร? 6 คุณประโยชน์สำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว

สำหรับหลายคนที่กำลังสนใจคอร์สอบรบภาษาอังกฤษ อยากเรียนอังกฤษครูต่างชาติ เชื่อว่าคงลังเลกันอยู่ไม่น้อยว่าควรเลือกเรียนคอร์สปกติ ผู้เรียนหลายคน หรือควรเลือกคอร์สเรียนเดี่ยว ตัวต่อตัวกับครูผู้สอนเลย วันนี้ AUA มี 6 คุณประโยชน์สำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวมาฝาก เชื่อว่าจะช่วยให้หลายคนเข้าใจลักษณะเด่นของคอร์สตัวต่อตัวและมองเห็นความต้องการของตนเองกันอย่างชัดเจนมากขึ้นแน่นอน

1. ผู้สอนสามารถใส่ใจและเต็มที่กับผู้เรียนได้มากกว่า

ด้วยจำนวนผู้เรียนเพียง 1 คนต่อคลาส แน่นอนว่าผู้สอนจึงสามารถใส่ใจกับการเรียนรู้และการพัฒนาของเราได้อย่างเต็มที่มากกว่า สามารถมองเห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของเราได้อย่างชัดเจน เพราะไม่ต้องคอยพะวงและสนใจคนอื่น มองเห็นเมื่อเราติดหรือไม่เข้าใจในจุดใดและช่วยอธิบายในทันที สามารถตรวจงานหรือการบ้านฝึกฝนของเราได้อย่างเต็มที่ พร้อมให้คำแนะนำที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์

2. เนื้อหาการเรียนที่ตรงกับระดับทักษะและความต้องการของผู้เรียน

คอร์สภาษาอังกฤษคลาสใหญ่ส่วนใหญ่แม้จะมีมาตรฐานการสอนที่ยอดเยี่ยม แต่หลายครั้งก็อาจไม่ตรงกับระดับทักษะจังหวะในการทำความเข้าใจ และความต้องการในการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง ผู้เรียนบางคนอาจต้องการเน้นฝึกพูดสำหรับการสอบ บางคนอาจต้องการฝึกพูดสำหรับการทำงานหรือเชิงธุรกิจ แต่ละบุคคลต่างมีเป้าหมายในการเรียนแตกต่างกัน หากเรามีเป้าหมายที่ค่อนข้างเฉพาะกิจหรือพิเศษการเรียนต่อตัวต่อตัวจึงยิ่งตอบโจทย์ เพราะส่วนใหญ่ก็จะเปิดโอกาสให้เราระบุลักษณะการเรียนที่เราต้องการ

3. ผู้เรียนสามารถจดจ่อและมีสมาธิกับการเรียนได้มากกว่า
การเรียนกลุ่มใหญ่อาจมีข้อดีคือมีเพื่อนให้พบปะพูดคุยไม่รู้สึกเหงา แต่หลายครั้งเราก็แลกมาด้วยการพูดคุยกันจนสมาธิหลุดไม่ทันสิ่งที่ครูสอน เสียงพูดคุยของคนอื่นยังอาจทำให้เราจดจ่อกับการเรียนรู้ลำบาก การเรียนตัวต่อตัวจึงเหมาะเป็นพิเศษหากเรารู้สึกว่ามักสมาธิหลุดง่ายและอยากเลี่ยงสิ่งรบกวน อยากเต็มที่กับการเรียน และจดจ่อให้มากที่สุด

4. สามารถซักถามข้อสงสัยอย่างอิสระและทันที
ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่มีเพียงผู้เรียนและผู้สอน ผู้เรียนจึงสามารถสอบถามข้อสงสัยได้อย่างทันทีและโดยไม่ต้องกลัวว่าหรือกังวลว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นคำถามที่สมเหตุสมผลรึเปล่า ผู้เรียนหลายคนในคอร์สใหญ่มักไม่กล้าถามเมื่อตนเองสับสนเพราะกลัวความเห็นและสายตาของผู้อื่น

แต่ในคอร์สเรียนตัวต่อตัวแน่นอนว่าไม่ว่าผู้เรียนจะสงสัยในจุดใด ก็สามารถสอบถามได้อย่างอิสระและในทันที ปัจจัยการสอบถามอย่างทันทีในจุดนี้ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มระดับประสิทธิภาพการเรียนรู้
ของผู้เรียน เพราะผู้เรียนสามารถแก้ไขจุดที่เข้าใจผิดและทำความเข้าใจความรู้ใหม่ที่ถูกต้องอย่างตรงจุดและ
ตอบโจทย์

5. ผู้เรียนรู้สึกสนิทใจกับผู้สอนได้ง่ายกว่า

จากประสบการณ์การเรียนการสอนของAUA เรายังพบว่าในคอร์สการเรียนอังกฤษตัวต่อตัวส่วนใหญ่ ผู้เรียนมักรู้สึกสนิทใจกับผู้สอนได้ง่ายกว่าในคอร์สปกติ ทั้งนี้ก็เพราะลักษณะการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวที่เอื้อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยและแบ่งกันเรื่องราวที่ตนสนใจกันได้แทบจะตลอดเวลาและเมื่อทั้งสองฝ่ายรู้สึกสนิทใจกัน การเรียนรู้ก็ยิ่งง่ายขึ้นผู้เรียนกล้าถามผู้สอนกล้าแนะนำ ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่กสนุกสนานและมีความสุข ช่วยให้ผู้เรียนมีกำลังใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

6. มีความยืดหยุ่นสูง ผู้เรียนสามารถเลือกและปรับวัน, เวลา, และสถานที่ในการเรียนเองได้

อีกหนึ่งข้อสุดท้ายที่สำคัญก็คือ‘ลักษณะความยืดหยุ่น’ของคอร์สตัวต่อตัวที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกวัน,เวลาและสถานที่ในการเรียนเองได้สามารถตกลงกับผู้สอนได้โดยตรงว่าต้องการเรียนวัน ใดและในเวลาใดตลอดจนปรับเปลี่ยนวัน,เวลา,และสถานที่ล่วงหน้าหรือแม้กระทั่งอย่างกะทันหันโดยไม่ต้องกังวลว่าจะขาดเรียนและกลับมาเรียนตามไม่ทัน เพราะคอร์สตัวต่อตัวคือคอร์สที่มีเราเป็นจุดโฟกัสหลัก

เมื่ออาจมีสถานการณ์ฉุกเฉินใดในชีวิตในช่วงจังหวะเวลาเราไม่สะดวก
ก็ย่อมสามารถหยุดก่อน หรือปรับเปลี่ยนตามที่เราสะดวกใจ เช่น คอร์สภาษาอังกฤษตัวต่อตัวของ AUAที่มอบโอกาสให้ผู้เรียนสามารถกำหนดวันเวาลาและสถานที่เรียน(นอกสถานที่หรือ ที่สถานสอนภาษา AUA) ที่ตนเองสะดวกได้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเรียนที่สถานสอนภาษา AUA เท่านั้น

FINAL THOUGHTS – คำแนะนำจาก AUA

ท้ายที่สุดไม่ว่าผู้เรียนจะเลือกเรียนคอร์สแบบใดนั้น
AUAแนะนำว่าให้พิจารณาความต้องการและงบประมาณของตนเองควบคู่กันเป็นหลัก ตลอดจนมาตรฐานของสถาบันและผู้สอนสถานสอนภาษาที่มีคุณภาพควรมีการระบุมาตรฐานผู้สอนที่ชัดเจน

เช่นสำหรับผู้สอนของAUAจะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษระดับเทียบเท่าเจ้าของภาษา, มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี,และยังต้องมีมีประกาศนียบัตรรับรองความสามารถและมาตรฐานการสอนภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ (Teaching English as a Foreign Language: TEFL) ตามมาตรฐานสากล จากหลักสูตรรับรอง 120 ชั่วโมง แบบตัวต่อตัว (face-to-face) จาก องค์กร อาทิ SIT, CELTA นอกจากนี้ ยังควรมีการวัดระดับภาษาของผู้เรียนก่อนเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อให้สถาบันและผู้สอนสามารถจัดรูปแบบการเรียนที่ตรงกับระดับภาษาของผู้เรียนอย่างแท้จริง

ABOUT AUA LANGUAGE CENTER

ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2495 ณ วังสราญรมย์ โดยสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์และการสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกัน ปัจจุบัน สถาบันสอนภาษา เอยูเอ (AUA Language Center) มีการเปิดสอนในหลากหลายหลักสูตรและสาขาทั่วประเทศไทย มุ่งมั่นมอบโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับบุคคลทุกคนภายใต้มาตรฐานการสอนและบุคลากรที่มีคุณภาพ มอบแนวทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย, ยืดหยุ่น, พร้อมต่อยอดและใช้งานได้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *